Archive | February 2016

งานค้นคว้าเกี่ยวกับการพนันในเด็ก

  เรื่องความคิด ครั้งก่อนการแพทย์เห็นว่าความคิดจะหยุดพัฒนา ในช่วงเด็กเซลล์สมองจะมีมากมายจนล้น ช่วง 9-15 ปีสมองจะเริ่มละลายประสาทกลุ่มที่ไม่ค่อยได้ใช้ทิ้งไป เพื่อจะให้สมองส่วนที่ใช้สม่ำเสมอทำงานได้ดีขึ้น

 

   ด้านที่ 1  จำนวนเซลล์สมองของผู้เยาว์อายุ 15 ขึ้นไปจะมีน้อยกว่าเด็กอายุ 9 ขวบ ซึ่งก็เกิดจากกระบวนการพรุนนิ่ง จึงมุ่งหวังให้เด็กไทยใช้สมองส่วนหน้าให้มาก ซึ่งเป็นส่วนที่ใช้มองอนาคตระยะยาว มองสภาวการณ์ภายหน้า วางแผนการการทำงาน การตัดสินใจเลือก ประเมินผลลัพธ์ของสิ่งที่ทำ ซึ่งมีความสำคัญในการคิดพินิจพิเคราะห์ คิดค้นและจินตนาการ ซึ่งเด็กไทยเป็นส่วนใหญ่มักจะมีความใจร้อน หุนหัน เมื่ออยู่ในสถานการณ์นี้เรื่อยๆ เซลล์สมองจะถูกพรุนนิ่งไป ซึ่งจะหลงเหลือแต่เซลล์สมองที่ใช้ในการคิดอะไรเร็วๆ การเล่นเกม Gclub การเล่นการพนันขันต่อ การเข้าบ่อน การติดยาเสพติด หรือการทะเลาะเบาะแว้ง การแปรเปลี่ยนเหล่านี้จะมีขึ้นจริงๆ ตามหลักชีววิทยา ว่าสมองสามารถเปลี่ยนแปลงได้เป็นประจำ เปลี่ยนไปตามกิจกรรมที่ทำ

 

    ซึ่งการพนันไม่ได้ถูกองค์การอนามัยโลกถือว่าอยู่ในส่วนการเสพติด ในส่วนนี้จะมีเรื่อง การชอบถอนผม ชอบลักทรัพย์ ชอบติดไฟไหม้สิ่งต่างๆ และติดการพนัน ในสังคมจิตเวชศาสตร์พบว่า 4 สิ่งนี้ ไม่ใช่อาการเสพติดแบบติดสิ่งเสพติด แต่เป็นความผิดธรรมดาในด้านการยั้งใจ พูดง่ายๆ ว่ารู้ทั้งรู้ว่าสิ่งที่ทำนั้นแย่ แต่ก็ไม่สามารถหยุดเล่น Gclub ให้ไม่ทำไม่ได้ และรู้ทั้งรู้ว่าทำแล้วกลุ้มใจแต่ก็ยังจะทำ และเป็นมุมมองทางจิตวิทยาที่เด่นไม่เหมือนการติดยาเสพติดทั่วไป เรายังมีความรู้เกี่ยวกับ 4โรคนี้น้อย และยังไม่รู้ว่าการเยียวยาที่ดีควรเป็นอย่างไร อันนี้เป็นหัวข้อที่ 2 ด้านจิตวิทยา ที่การพนันมีลักษณะพิเศษ

 

   ประเด็นที่ 3 คือประเด็นทางพันธุกรรม แยกเป็น 2 ประเด็น คือ 1 ทางพันธุกรรม การติดการพนันก็เหมือนการติดเหล้า การมีบุคลิกภาพต่อต้านสังคม 3 อย่างนี้เป็นเช่นเดียวกันตรงที่ถ่ายทอดได้ทางพันธุกรรม ในบางครั้งคนไข้ไม่ได้อยากติดเหล้า ไม่ได้อยากมีนิสัยต่อต้าน และไม่ได้อยากเล่นการพนันแล้วติดแล้ววางมือไม่ได้ แต่มันเป็นพันธุกรรมที่ถ่ายทอดมาจากปู่ย่าตายาย ประเด็นที่ 2 เราเรียกว่าอภิพันธุกรรม งานวิจัยด้านพันธุกรรมช่วงหลังๆ จะพบว่าการแปรเปลี่ยนของภาวะแวดล้อม จะส่งผลกระทบต่อดีเอ็นเอในบุคคลได้ นั่นหมายความว่าในปัจจุบันนี้ถ้าเราทำอะไรผิดโอกาส ทุกอย่างสมควร มันสามารถทำให้เกิดความเปลี่ยนแปลงของดีเอ็นเอในตัวเราเองได้ และไม่ได้มีผลกับตัวเรา แต่จะมีผลต่อพันธุกรรมของเรา ซึ่งลูกเราจะได้รับไป ยกตัวอย่างง่ายๆ คือ ต้นตระกูลเราอาจจะทำอะไรอย่างหนึ่ง ต้นตระกูลเราไม่เป็นอะไร แต่เรื่องจะไปปรากฏที่หลาน ซึ่งยังไม่พบเส้นทางที่จริง ว่าอย่างการพนัน Gclub จะมีประเด็นทางอภิพันธุกรรมอย่างไรก็ยังไม่รู้ชัด ทั้งหมดทั้งมวลนี้มีงานวิจัยที่รองรับ ที่ต้องลงรายละเอียดในขั้นตอนต่อไป

มองหาเหตุผลในตัวคุณ ปลุกความเชื่อในตัวทุกคน

การจะจัดการทำอะไรให้ประสบผลสำเร็จ ต้องอาศัยทั้งความเสน่หา พร้อมกับความมุ่งมั่น แต่เหนือสิ่งอื่นใดก็คือ “เพลิงในตัวคุณเอง” พร้อมกับการที่จะปลุกเพลิงในตัวคุณให้ปะทุคือ ความเลื่อมใส วันนี้เรามี 7 เหตุทรงพลัง ที่จะปลุกความเลื่อมใสในตัวคุณมาฝาก

 

1. ถ้าหากว่าคุณไม่เชื่อถือแล้วใครจะเชื่อถือ?

ผลสำเร็จเริ่มต้นที่ข้อคิด สิ่งที่คุณต้องทำเป็นอันดับหนึ่งคือ “เชื่อมั่นว่าตัวเองทำได้ และสามารถสำเร็จได้จริงๆ”

 

 2. คุณต้องสร้างความเด็ดเดี่ยวด้วยตัวเอง

ซึ่งจริงๆแล้วใครๆล้วนมีความเด็ดเดี่ยวซ่อนอยู่ด้วยกันทั้งนั้น อยู่ที่ว่าคุณจะเชื่อมั่นในตัวเองมากน้อยเท่าใด ยิ่งคุณผ่านวิกฤตมากเท่าไร คุณจะยิ่งพบความวางใจ และเข้มแข็งที่อยู่ภายในมากยิ่่งขึ้น

 

 3. ก้าวเข้าชิดตัวผลสัมฤทธิ์ไปอีกขั้น

การผลักดันตัวเองเข้าไปใกล้กับปลายทาง ถือเป็นจุดกำเนิดที่ดีในการสร้างความศรัทธา เพราะเมื่อคุณขยับเข้าใกล้ชัยชนะทีละนิด คุณจะมีพลังที่จะกระโจนเข้าไปหาชัยชนะ พร้อมความวางใจที่ชัดเจนว่าคุณสามารถทำมันได้อย่างแน่นอน

 

 4. เพิ่มแรงดลใจให้ตัวเอง

การจุดเพลิงแห่งแนวคิดนั้นบางโอกาสก็ต้องใช้ความแรงจูงใจ และแรงผลักดันเพื่อให้คุณได้ก้าวไปถึงหลักชัย เสมือนไมเคิล จอร์แดน นักบาสเก็ตบอลชื่อดัง หลายนัดที่เขาผิดหวัง หลายเกมที่เขาทำได้ไม่ดีอย่างที่ตั้งเจตนา แต่ความผิดพลาดที่ผ่านเข้ามานี่แหละที่เป็นแรงดลใจ และเปลี่ยนแปลงแรงหนุนให้เขาต้องวิวัฒน์ฝีมือยิ่งๆขึ้นไป เพื่อให้เข้าใกล้ความมีชัยได้มากที่สุด ความแพ้พ่ายที่สร้างความสตรองของแท้เลย

 

5. สร้างความเห็นเชิงบวกต่อผลที่เกิดขึ้น

คุณสามารถปลุกพลังแห่งความเลื่อมใสของคุณได้ด้วยการคิดบวก เนื่องจากว่าพลังของการมองโลกในแง่บวกจะช่วยเปิดความเห็นและปลุกใจให้คุณกล้าที่จะลงมือกระทำ และไม่เหมือนกันถ้าคุณมีความเห็นในแง่ลบต่อความสำเร็จแล้วล่ะก็คงจะเป็นเรื่องยากที่คุณจะปลุกความเชื่อถือในตัวเองขึ้นมาได้

 

 6. มองว่าข้อผิดพลาดเป็นส่วนหนึ่งของผลสำเร็จ

ความผิดพลาดไม่ใช่เรื่องโหดเหี้ยมนะคะ ไม่เหมือนกันสิ่งเหล่านั้นคือ ระหว่างทางของการเดินไปสู่ผลสำเร็จขนาดนั้นเอง เมื่อคุณเก็บมาตรวจสอบว่าคุณทำพลาดตรงไหน แล้วหาทางแก้ไขปัญหาไปเรื่อยๆจนกว่าจะประสบผลสำเร็จ

 

 7. ตัดความเห็นแง่ลบออกไปบ้าง

เวลาเจอปัญหาหลายคราในใจเราคงจะคิดว่า พอเถอะไปต่อไม่ไหวแล้ว ถ้าได้ฟังคำนี้ในหัวให้ลองหยุดคิด แล้วหันไปคิดถึงเรื่องราวดีๆ ความคิดเชิงบวก และคอยเตือนตัวเองว่าจะต้อง ปิดประตูใส่ความคิดเห็นที่จะเป็นเหตุให้เราล้มเลิก พร้อมกับ เปิดรับเรื่องราวดีๆ เมื่อความคิดแง่ลบหายไป คุณจะพบว่าคุณมีหลักการมั่นก็ยิ่งขึ้นเอง ท้ายสุด คนที่มั่นใจ และลงมือกระทำแบบไม่หยุดหย่อนจนกว่าจะสำเร็จแค่นั้น จึงจะได้ความชนะอันสำคัญ